ตำแหน่งดาวซัลโว ลา ลีกา สเปน 4 ฤดูกาลหลังสุด ถูกผูกขาดไว้ด้วย “เดอะแบก” ของ บาร์เซโลน่า อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เพียงผู้เดียว

ยังไงก็ตาม แม้ว่า เมสซี่ จะเป็นปรากฏการณ์ของฟุตบอลลีกสูงสุดแดนกระทิงดุ แต่เขาไม่ใช่ผู้เล่นคนแรกที่คว้ารางวัล “ปิชิชี่” ได้ 4 ปีซ้อน
นักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าดาวซัลโว ลา ลีกา ได้ 4 ฤดูกาลติดต่อกันคือ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ อดีตตำนาน ราชันชุดขาว ซึ่งเคยเล่นให้ทั้งทีมชาติอาร์เจนตินาและสเปน ระหว่างซีซั่น 1955-56 จนถึง 1958-59
ยังไงก็ตาม ศูนย์หน้าที่ยึดครองตำแหน่งกองหน้าสูงสุด ลา ลีกา ได้ 4 ปีซ้อนคนแรก โดยไม่มีใครโผล่ขึ้นมาเบียดแทรกเป็น “ดาวซัลโวร่วม” ไม่ใช่นักเตะจากยุโรปหรืออเมริกาใต้   ufa1688
แต่กลับเป็นตำนานกองหน้าทีมชาติเม็กซิโกอย่าง อูโก้ ซานเชซ ตั้งแต่ปี 1984-85 จนถึง 1987-88
นี่คือผู้เล่นที่รั้งอันดับ 4 ของชาร์ทดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล ลา ลีกา สเปน เป็นรองแค่เพียง ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เตลโม่ ซาร์ร่า เพียง 3 คนเท่านั้น
เขายังเป็นผู้เล่นคนแรกที่ไม่ได้มาจากแดนละตินหรือยุโรป ที่เคยคว้ารางวัล “โกลเด้น ชู” หรือรองเท้าทองคำประจำซีซั่นของลีกยุโรป
เกริ่นนำแค่นี้ น่าจะพอการันตีได้เป็นอย่างดีว่า อูโก้ ซานเชซ นับเป็นกองหน้าระดับโลกที่หาตัวจับยาก
ยิ่งหากพิจารณาว่าเขามาจากอเมริกาเหนือ คงต้องกล่าวว่านี่คือปรากฏการณ์เข้าไปใหญ่
___________________________
ฉายาของ อูโก้ ซานเชซ ที่สาวกไทยคุ้นเคยคือ “จอมตีลังกา”
เพราะนอกจากชอบฉลองประตูด้วยการตีลังกาแล้ว อดีตสตาร์ดังจากแดนจังโก้ยังมีลีลาการทำประตูที่โลดโผน ชอบกระโดดยิงด้วยท่าโอเวอร์เฮดคิกแบบสวยๆ เป็นประจำ
ย้อนไปในช่วงยุค 70 อูโก้ ซานเชซ นับเป็นเพชรเม็ดงามอนาคตไกลสำหรับวงการฟุตบอลเม็กซิโก
เขาผ่านการติดทีมชาติชุดเยาวชนไม่น้อยกว่า 80 นัด ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรกตอนอายุ 18 ปีกับ ปูมาส ยูเอ็นเอเอ็ม เสียอีก
สมัยที่ค้าแข้งกับ ปูมาส เขาไม่ได้เอาดีแต่ทางด้านเกมฟุตบอลเพียงอย่างเดียว แต่ยังศึกษาหาความรู้ด้านทันตแพทย์ควบคู่ไปด้วย
คงมีนักเตะแค่ไม่กี่คน ที่ลงเตะระดับอาชีพได้เป็นครั้งแรก จะนำทีมชุดใหญ่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในประวัติศาสตร์ได้ทันที ซึ่ง ซานเชซ ทำได้ด้วยวัยเพียง 19 ปีเมื่อปี 1977
ต่อไปในฤดูกาล 1978-79 ซานเชซ ระเบิดฟอร์มถล่มประตูในลีกไปถึง 28 ตุง คว้าดาวซัลโวสูงสุดลีกเม็กซิโกไปครอง
ในปี 1980 เขาพาสโมสรคว้าแชมป์ คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ คัพ (ทุกวันนี้เรียกว่า คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก) ก่อนจะได้แชมป์ลีกสูงสุดเม็กซิโกอีกสมัยในปี 1981
 Stats พูดว่า อูโก้ ซานเชซ ยิงให้ ปูมาส ยูเอ็นเอเอ็ม ไปถึง 104 ประตูจากการลงสนาม 200 นัดรวมทุกรายการ 
โดยช่วงระหว่างปิดฤดูกาลปี 1979 กับ 1980 ยังมีรับจ๊อบไปเล่นให้ทีม ซาน ดีเอโก้ ซอคเกอร์ส ที่สหรัฐอเมริกาอีก โดยกดไปถึง 26 ประตูจาก 32 เกม
เท่ากับว่าผลงานในช่วงที่เล่นในทวีปอเมริกาเหนือตอนเป็นดาวรุ่ง  Stats การทำประตูเฉลี่ยก็คือไม่เกิน 2 นัดจะต้องยิงได้ 1 ลูก
___________________________
ฟันธงว่าด้วยผลงานขนาดนั้น ทำให้สโมสรยอดทีมทั่วยุโรปที่ส่งแมวมองไปหาของดีจากทั่วโลกมาเสริมทัพ ต่างต้องการตัวสุดยอดหัวหอกคนนี้ไปอยู่ด้วย
ในปี 1981 สโมสรที่ทาบทามตัว อูโก้ ซานเชซ ได้แก่ ไอ้ปืนใหญ่ จาก England  และ แอตเลติโก มาดริด ของสเปน
ด้วยความที่ปี 1982 สเปนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก แถมประเทศเม็กซิโกก็ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารอยู่แล้ว นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ซานเชซ จะตัดสินใจปัดทีมปืนใหญ่ แล้วเลือกเซ็นสัญญากับทีมตราหมี
แม้ว่าฤดูกาลแรก ฟอร์มการเล่นในถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อน จะยังไม่เข้าที่ แต่หลังต่อไปมาเป็นเวลานานถึง 9 ปีติดต่อกัน ไม่เคยมีปีไหนที่เขายิงได้ไม่ถึงเลข 2 หลักเลย
ฤดูกาล 1984-85 อูโก้ ซานเชซ ประกาศศักดาคว้ารางวัล “ปิชิชี่ อวอร์ด” หรือดาวซัลโวสูงสุด ลา ลีกา ได้เป็นสมัยแรก จากการยิงไป 19 ประตูจาก 33 นัด
ในช่วงเวลา 4 ปี เขายิงให้ทีมตราหมีไปถึง 82 ประตูจาก 152 นัดรวมทุกรายการ โดยในปีสุดท้ายที่เขาเล่นให้ทีม เขาคือส่วนสำคัญพา แอต.มาดริด ไปถึงแชมป์ โกปา เดล เรย์
ฟันธงว่าฟอร์มถล่มประตูของ อูโก้ ซานเชซ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ราชันชุดขาว ผงาดผูกขาดความสำเร็จของลีกสเปนในช่วงระหว่างปี 1985-86 จนถึง 1989-90
ในช่วง 5 ปีดังกล่าว ซานเชซ คว้าดาวซัลโวของ ลา ลีกา สเปน ถึง 4 ครั้ง 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาล 1989-90 เขาระเบิดฟอร์มสุดโหด กดไปถึง 38 ประตูจากการลงสนาม 35 นัด จนคว้ารางวัล “โกลเด้น ชู” ไปครอง
ที่มันน่าขนลุกไปกว่านั้นก็คือ Stats ระบุว่า ทั้ง 38 ลูกที่เขายิงกระจุยในฤดูกาลที่คว้าดาวซัลโวลีกยุโรป ล้วนเป็นประตูที่เป็นการยิงแบบไม่ต้องจับ หลายๆ ประตูในจำนวนนั้นคือการกระโดดวอลเลย์ ไม่ก็โอเวอร์เฮดคิก
การยิงได้ 38 ประตูในฤดูกาลเดียว ทำให้ ซานเชซ ครอง Stats นักเตะ ราชันชุดขาว ยิงได้เยอะที่สุดในศึก ลา ลีกา 1 ซีซั่นเอาไว้นานถึง 21 ปี ก่อนจะมีผู้ทำลายลงได้ในฤดูกาล 2010-11
และคงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคนที่โค่น Stats นั้นได้จะเป็นยอดมนุษย์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่กดไป 40 ประตู
อูโก้ ซานเชซ ฝากผลงานในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยการยิงไปถึง 208 ประตูจากการลงสนาม 283 นัด นับเป็นเครื่องจักรถล่มประตูตัวจริงในช่วงปลายยุค 80 จนถึงต้นยุค 90
___________________________
หลังจากเล่นให้ ราชันชุดขาว จนถึงปี 1992 ตอนที่อายุ 34 ปี ซานเชซ เริ่มกลายเป็นนักบอลเดินสาย ด้วยการย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ คลับ อเมริกา ในปี 1992 
 Season  1993-94 เขาแวะกลับไปเล่นที่ ลา ลีกา อีก 1 ฤดูกาลกับทีมท้ายตารางอย่าง ราโย่ บาเยกาโน่ แล้วก็ยังคงไว้ลายฟอร์มถล่มประตูอีก ด้วยการกดไป 16 ประตูจาก 29 นัดตอนที่อายุย่างเข้า 36
นั่นจึงทำให้จำนวนยอดรวมประตูของ อูโก้ ซานเชซ ที่เคยยิงได้ใน ลา ลีกา สเปน คือ 234 ลูก จาก 347 นัด นับเป็นผู้เล่นที่ครอง Stats นักเตะต่างชาติที่ยิงได้เยอะที่สุดตลอดกาล จนกระทั่งเข้าสู่ยุคที่ เมสซี่-โรนัลโด้ ครองเมือง
หลังจาก ราโย่ บาเยกาโน่ ตกชั้นในปี 1994 ซานเชซตระเวนไปเล่นกับอีกหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น อัตลันเต้ ที่ลีกบ้านเกิดปี 1995 ก่อนที่ปี 1996 จะเล่นทั้งที่ออสเตรียกับ ลินซ์ และทีมเล็กๆ ในสหรัฐอเมริกาอย่าง ดัลลัส เบิร์น
สโมสรสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของกองหน้าจอมโลดโผนคือ เซลาย่า ที่ตัวเขาไปอยู่ด้วยสั้นๆ ฤดูกาล 1996-97

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวฟุตบอล และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *